ดูหนังออนไลน์ G.I.JOE จีไอโจ


อีกหนึ่งโปรเจ็กต์ความหวังของค่ายพาราเม้าต์ ที่กะจะปล่อยออกมาถล่มรายได้กันอีกระลอก หลังจากที่เพิ่งจะเข็น Transformers ออกมาโกยเงินชนิดที่ตอนนี้คงยังนับแบงค์กันไม่เสร็จ จะว่าไปแล้ว การที่ “ตุ๊กตุ่น” จีไอโจ ได้ไฟเขียวอนุมัติให้สร้างเป็นหนังใหญ่ ส่วนหนึ่งคงต้องขอบคุณความสำเร็จของหนังหุ่นยนต์ Transformers (ซึ่งเป็นของเล่นซึ่งผลิตจากบริษัทเดียวกับ จีไอโจ) ด้วยเหมือนกัน เพราะทางผู้สร้างคงมองเห็นว่านี่จะเป็นโอกาสทองที่จะใช้กระแสตรงนี้ดัน จีไอโจ ให้ติดลมบนได้ไม่ยาก 

          นอกเหนือจาก จะเป็นของเล่นที่ผลิตมาจากบริษัทเดียวกับ Transformers และถูกซื้อมาทำเป็นหนังโดยทีมผู้สร้าง Transformers แล้ว G.I. Joe: The Rise of Cobra ดูน่าใจมากขึ้นไปอีกเมื่อได้ สตีเฟ่น ซอมเมอร์ส ผู้กำกับที่เคยปลุกปั้นหนังแอ็คชั่นผจญภัยอย่าง The Mummy จนถูกใจคอหนังทั่วโลกมาแล้ว มากุมบังเหียนดูแลโปรเจ็กต์มูลค่า 0 ล้านเรื่องนี้ 

          ด้วยความที่หนังสร้างมาจากของเล่น (ซึ่งเคยถูกเอามาทำเป็นหนังสือการ์ตูนและหนังการ์ตูนมาแล้ว) บวกกับการที่บทกำหนดให้เหตุการณ์ตามท้องเรื่องนั้นเกิดขึ้นในอนาคต ซอมเมอร์จึงไม่จำเป็นต้องไปคำนึงถึงความสมจริง หรือสมเหตุสมผลอะไรมากมายนัก ซึ่งก็เหมือนกับหนังแอ็คชั่นฮีโร่ทั่วๆไปที่เราคุ้นเคยกันดี ดังนั้น G.I. Joe: The Rise of Cobra จึงอุดมไปด้วย
ฉากแอ็คชั่นซึ่งถือเป็นจุดแข็งและเป็นจุดขาย ที่ผู้ชมคงเดาออกก่อนจะตีตั๋วเข้าไปในโรงหนังอยู่แล้วว่ากำลังจะได้ดูอะไร

          หนังเปิดฉากด้วย การแนะนำหน่วย จีไอโจ และกลุ่ม คอบร้า ให้เรารู้จัก ผ่านภารกิจของดุ๊ก และ ริปคอร์ด ที่จะต้องคุ้มกันอาวุธชนิดใหม่ซึ่งมีชื่อว่า นาโนไมท์ ไปส่งให้กับองค์การนาโต้ และลงเอยด้วยการที่ดุ๊กและริปคอร์ดกลายเป็นสมาชิกใหม่ของหน่วย จีไอโจ ซึ่งจะต้องสกัดกั้นแผนชั่วร้ายของกลุ่มคอบร้าไม่ให้ใช้เจ้า นาโนไมท์ ไปทำลายเมืองหลวงสำคัญๆ 
 
          และไม่ต้องบอกคงพอจะรู้อีกเช่นกันว่า ตอนจบหน่วยรบสุดไฮเทค (ของอเมริกา) กลุ่มนี้ก็เป็นฮีโร่กอบกู้โลกเอาไว้ได้อีกตามเคย ซึ่งจะว่าไปแล้ว G.I. Joe : The Rise of Cobra ของสตีเฟ่น ซอมเมอร์ส ก็คือหนังแอ็คชั่นฮีโร่อีกเรื่องหนึ่งที่เข้าข่าย “อเมริกันชาตินิยม” คล้ายๆ กับที่ไมเคิล เบย์ มักจะแสดงออกมาในหนังของเขาแทบทุกเรื่องรวมถึง Transformers ด้วย           อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นแล้วว่า หนังตั้งใจจะขายฉากแอ็คชั่นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ตลอดทั้งเรื่องจึงมีทั้งแอ็คชั่นฉากเล็ก ฉากใหญ่ ยาวบ้าง สั้นบ้าง มาโชว์ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ ในขณะเดียวกัน ซอมเมอร์ก็เลือกที่จะให้คนดูได้พักหายใจหายคอด้วยการตัดสลับให้เห็นภูมิหลัง ของตัวละครหลายๆ ตัวว่ามีที่มาที่ไปยังไง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างดุ๊ก (รับบทโดยแชนนิ่ง ทาทั่ม หนุ่มนักเต้นจาก Step Up) และบารอนเนส หรือเอน่า (รับบทโดยเซียนน่า มิลเลอร์) รวมไปถึง เร็กซ์ พี่ชายของเอน่า ตัวละครซึ่งเป็นจุดหักมุมของเรื่อง

          ในส่วนของฉากแอ็คชั่น มีหลายๆ ฉากที่ทำออกมาได้ดี โดยเฉพาะฉากที่ถือเป็นไฮไลต์ของหนังเลยก็ว่าได้นั่นก็คือ ฉากไล่ล่ากันในปารีสซึ่งไปจบลงด้วยการพังครืนลง มาของหอไอเฟิล ซึ่งตรงนี้หนังได้โชว์ซีจีกันแบบเต็มๆ แต่พูดถึงเรื่องซีจีแล้ว ก็มีอยู่หลายๆ ฉากเหมือนกันที่ทำออกมาได้ไม่สมศักดิ์ศรีทีมผู้สร้าง Transformers เอาเสียเลย อย่างเช่น ตอนที่หน่วยจีไอโจขับยานกลับมายังฐานทัพใต้ทะเลทรายในอียิปต์ ซึ่งน่าจะทำให้คนดูหลายๆ คนรู้สึกหงุดหงิดมิใช่น้อย ก็จะไม่ให้เสียอารมณ์ได้ยังไง ในเมื่อทะเลทรายใน The Mummy งานสร้างชื่อก่อนหน้านี้ของซอมเมอร์ ยังดูเนียนกว่า G.I.Joe เยอะเลย

          พอพูดถึง The Mummy แล้ว เลยนึกขึ้นมาได้ว่า เราจะได้เห็น เบรนแดน เฟรเซอร์ ที่เคยร่วมงานกับซอมเมอร์สใน The Mummy มาเป็นแขกรับเชิญในบทครูฝึกของหน่วยจีไอโจด้วย รวมถึงยังได้อาร์โนลด์ วอสลู ที่เคยรับบทเป็นตัวร้ายใน The Mummy มารับบทเป็น ซาร์ทาน ตัวละครที่ทิ้งเชื้อเอาไว้ว่า G.I.Joe น่าจะมีภาคสองตามออกมาค่อนข้างแน่ 

          เรียกได้ว่าทั้งพระเอก ตัวร้าย และผู้กำกับจาก The Mummy ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในหนังเรื่องนี้ หรือว่านี่จะเป็นงานเลี้ยงรุ่นของซอมเมอร์สด้วยหรือเปล่าก็ไม่ทราบ?




30/05/2010 [05:28]